ข้อ31-43

31.การร้องทุกข์ที่เกิดจากหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง ให้ร้องทุกข์ต่อข้อ
ก. ก.พ.ค.     ข. อ.ก.พ.ค.     ค. อ.ก.พ.กระทรวง     ง. อ.ก.พ.กรม     จ. อ.ก.พ.จังหวัด

ตอบ.ก.มาตรา ๑๒๓ การร้องทุกข์ที่เหตุเกิดจากผู้บังคับบัญชา ให้ร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไป ตามลำดับ
การร้องทุกข์ที่เหตุเกิดจากหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมที่อยู่ในบังคับบัญชาหรือรับผิดชอบการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีหรือต่อรัฐมนตรี
ปลัดกระทรวงรัฐมนตรีเจ้าสังกัด หรือนายกรัฐมนตรี ให้ร้องทุกข์ต่อ ก.พ.ค. (เกิดจาก ตำแหน่งสูงๆ ร้อง ก.พ.ค.)

32.เงินเดือนต่ำสุดของข้าราชการพลเรือน คือข้อใด
ก.3,500     ข.4,500     ค.4,600      ง.7,940

ตอบ ก.บัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญ ชำนาญการ ต่ำสุด 3,500

33.เงินประจำตำแหน่งสูงสุดของข้าราชการพลเรือนคือข้อใด
ก.10,000     ข.20,000     ค.15,600     ง.21,000

ตอบ ง.บัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทบริหาร ระดับสูง ๒๑,๐๐๐

34. ผลของการไม่ปฏิบัติตามจรรยาข้าราชการคือข้อใด
ก. ถ้ามิใช่ความผิดวินัย ผู้บังคับบัญชาอาจสั่งให้ข้าราชการผู้นั้นได้รับการพัฒนา
ข. ถ้ามิใช่ความผิดวินัย ผู้บังคับบัญชาอาจตักเตือน
ค. ถ้ามิใช่ความผิดวินัย ผู้บังคับบัญชาอาจนำไปประกอบการพิจารณาแต่งตั้งเลื่อนเงินเดือน
ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ ข้อ ง. ถูกทุกข้อ (มาตรา 79)

35. ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของ ก.พ.
ก.รายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาปรับปรุงเงินเดือนของข้าราชการพลเรือน
ข.พิจารณาโทษของข้าราชการพลเรือน
ค.ให้ความเห็นชอบกรอบอัตรากำลังของส่วนราชการ
ง.ออกกฎ ก.พ. และระเบียบเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคล

ตอบ. ข. มาตรา ๘ ก.พ. มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายและยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐในด้านมาตรฐานค่าตอบแทน
(๒) รายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาปรับปรุงเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่มค่าครองชีพสวัสดิการ หรือประโยชน์เกื้อกูลอื่นสำหรับข้าราชการฝ่ายพลเรือนให้เหมาะสม
-ข้าราชการฝ่ายพลเรือน โดยหมายถึง รวมทั้ง ข้าราชการครู ,ตุลาการ ,อัยการ ,ตำรวจ ,ข้าราชการัรฐสภา
แต่ไม่รวมถึง ทหาร ข้าราชการ กทม ข้าราชการท้องถิ่นอื่นๆ
(๓) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรฐานการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล
(๔) ให้ความเห็นชอบกรอบอัตรากำลังของส่วนราชการ
(๕) ออกกฎ ก.พ. และระเบียบเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคลเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
(๖) ตีความและวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากการใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้
(๗) กำกับ ดูแล ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการพลเรือนในกระทรวงและกรม
เพื่อรักษาความเป็นธรรมและมาตรฐานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล รวมทั้งตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
๘) กำหนดนโยบายและออกระเบียบเกี่ยวกับทุนเล่าเรียนหลวงและทุนของรัฐบาล ตลอดจนจัดสรรผู้รับทุนที่สำเร็จการศึกษาแล้วเข้ารับราชการในกระทรวงและกรมหรือหน่วยงานของรัฐ
(๙) ออกข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการจัดการการศึกษาและควบคุมดูแลและการให้ความช่วยเหลือบุคลากรภาครัฐ นักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง นักเรียนทุนของรัฐบาล และนักเรียนทุนส่วนตัวที่อยู่ในความดูแลของ ก.พ.
ตลอดจนการเก็บเงินชดเชยค่าใช้จ่ายในการดูแลจัดการการศึกษา
(๑๐) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อรับรองคุณวุฒิของผู้ได้รับปริญญา เพื่อประโยชน์ในการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการพลเรือน และการกำหนดอัตราเงินเดือนหรือค่าตอบแทน
(๑๑) กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการปฏิบัติการเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคล
(๑๒) พิจารณาจัดระบบทะเบียนประวัติและแก้ไขทะเบียนประวัติเกี่ยวกับวัน เดือน ปีเกิดและการควบคุมเกษียณอายุของข้าราชการพลเรือน

36. ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญ แบ่งออกเป็นกี่ประเภท
ก. 2 ประเภท     ข. 3 ประเภท     ค. 4 ประเภท     ง. 5 ประเภท

ตอบ. ค. 4 ประเภท ( ถามประเภท ตำแหน่ง ) มาตรา ๔๕ ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญมี ๔ ประเภท ดังต่อไปนี้
(๑) ตำแหน่งประเภทบริหาร ได้แก่ ตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง กรม และตำแหน่งอื่นที่ ก.พ. กำหนดเป็นตำแหน่งประเภทบริหาร
(๒) ตำแหน่งประเภทอำนวยการ ได้แก่ ตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการที่ต่ำกว่าระดับกรมและตำแหน่งอื่นที่ ก.พ. กำหนดเป็นตำแหน่งประเภทอำนวยการ
(๓) ตำแหน่งประเภทวิชาการ ได้แก่ ตำแหน่งที่จำเป็นต้องใช้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตามที่ ก.พ. กำหนดเพื่อปฏิบัติงานในหน้าที่ของตำแหน่งนั้น
(๔) ตำแหน่งประเภททั่วไป ได้แก่ ตำแหน่งที่ไม่ใช่ตำแหน่งประเภทบริหาร ตำแหน่งประเภทอำนวยการ และตำแหน่งประเภทวิชาการ ทั้งนี้ ตามที่ ก.พ. กำหนด
มาตรา ๓๕ ข้าราชการพลเรือนมี ๒ ประเภท คือ ( ถาม ประเภท )
(๑) ข้าราชการพลเรือนสามัญ ได้แก่ ข้าราชการพลเรือนซึ่งรับราชการโดยได้รับบรรจุแต่งตั้งตามที่บัญญัติไว้ในลักษณะ ๔ ข้าราชการพลเรือนสามัญ
(๒) ข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ได้แก่ ข้าราชการพลเรือนซึ่งรับราชการโดยได้รับบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในพระองค์พระมหากษัตริย์ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

37. การปรับเงินเดือนประจำตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญเพิ่มไม่เกินร้อยละสิบเป็นอำนาจของใคร
ก. คณะรัฐมนตรี     ข. นายกรัฐมนตรี     ค. เลขาธิการ ก.พ.     ง. หัวหน้าส่วนราชการ

ตอบ. ก. มาตรา ๕๑ คณะรัฐมนตรีจะพิจารณาปรับเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงหรือเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญให้เหมาะสมยิ่งขึ้นตามความจำเป็นก็ได้
โดยหากเป็นการปรับเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูง หรือเงินประจำตำแหน่งเพิ่มไม่เกินร้อยละสิบของเงินเดือน หรือเงินประจำตำแหน่งที่ใช้บังคับอยู่ ให้กระทำได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
และให้ถือว่าเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูง และเงินประจำตำแหน่งท้ายพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว เป็นเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูง และเงินประจำตำแหน่งท้ายพระราชบัญญัตินี้

38. ข้อใดไม่ใช่โทษทางวินัยของข้าราชการพลเรือน
ก. ภาคทัณฑ์     ข. ตัดเงินเดือน     ค. ลดเงินเดือน     ง. ให้ออก

ตอบ ง.ให้ออก ไม่ใช่โทษทางวินย (ทัณฑ์ ,ตัด ,ลด ,ปลด ,ไล่)

39. กรณีตามข้อใดยังไม่ถือว่าเป็นกรณีข้าราชการพลเรือนสามัญออกจากราชการ
ก. ตาย
ข. พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ค. วิกลจริต
ง. ถูกสั่งลงโทษปลดออก

ตอบ.ค.มาตรา ๑๐๗ ข้าราชการพลเรือนสามัญออกจากราชการเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
(๓) ลาออกจากราชการและได้รับอนุญาตให้ลาออกหรือการลาออกมีผลตามมาตรา ๑๐๙
(๔) ถูกสั่งให้ออกตามมาตรา ๕๙(ทดลองงาน) มาตรา ๖๗(ขาดคุณสมบัติ) มาตรา ๑๐๑(ผิดวินัยร้ายแรง) มาตรา ๑๑๐(ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ออก) หรือมาตรา ๑๑๑(รับราชการทหาร) หรือ
(๕) ถูกสั่งลงโทษปลดออก หรือไล่ออก

40. ข้าราชการพลเรือนสามัญประสงค์จะลาออกต้องยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชาล่วงหน้ากี่วัน
ก. 15 วัน     ข. 30 วัน       ค. 45 วัน       ง. 60 วัน

ตอบ.ข. มาตรา ๑๐๙ ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดประสงค์จะลาออกจากราชการให้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปชั้นหนึ่งโดยยื่นล่วงหน้าก่อนวันขอลาออกไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๕๗ เป็นผู้พิจารณาก่อนวันขอลาออก
ในกรณีที่ผู้ประสงค์จะลาออกยื่นหนังสือขอลาออกล่วงหน้าน้อยกว่าสามสิบวัน และผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๕๗
เห็นว่ามีเหตุผลและความจำเป็นจะอนุญาตให้ลาออกตามวันที่ขอลาออกก็ได้
ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๕๗ เห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ราชการ จะยับยั้งการลาออกไว้เป็นเวลาไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันขอลาออกก็ได้
ในกรณีเช่นนั้นถ้าผู้ขอลาออกมิได้ถอนใบลาออกก่อนครบกำหนดระยะเวลาการยับยั้งให้ถือว่าการลาออกนั้นมีผลเมื่อครบกำหนดเวลาตามที่ได้ยับยั้งไว้
ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๕๗ มิได้ยับยั้งตามวรรคสามให้การลาออกนั้นมีผลตั้งแต่วันขอลาออก
ในกรณีที่ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดประสงค์จะลาออกจากราชการเพื่อดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ตำแหน่งทางการเมือง หรือตำแหน่งอื่นที่ ก.พ. กำหนด
หรือเพื่อสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชาตามวรรคหนึ่ง และให้การลาออกมีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้นั้นขอลาออก
หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการลาออก การพิจารณาอนุญาตให้ลาออกและการยับยั้งการลาออกจากราชการ ให้เป็นไปตามระเบียบที่ ก.พ. กำหนด

41. การร้องทุกข์กรณีที่เกิดจากผู้บังคับบัญชา ให้ร้องทุกข์ต่อใคร
ก. ผู้บังคับบัญชา     ข. ผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไป     ค. อธิบดี      ง. ปลัดกระทรวง

ตอบ. ข. มาตรา ๑๒๓ การร้องทุกข์ที่เหตุเกิดจากผู้บังคับบัญชา ให้ร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไป ตามลำดับ
การร้องทุกข์ที่เหตุเกิดจากหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมที่อยู่ในบังคับบัญชาหรือรับผิดชอบการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีหรือต่อรัฐมนตรี
ปลัดกระทรวงรัฐมนตรีเจ้าสังกัด หรือนายกรัฐมนตรี ให้ร้องทุกข์ต่อ ก.พ.ค.
เมื่อ ก.พ.ค. ได้พิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ประการใดแล้ว ให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมที่อยู่ในบังคับบัญชาหรือรับผิดชอบการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีหรือต่อรัฐมนตรี
ปลัดกระทรวง รัฐมนตรีเจ้าสังกัด หรือนายกรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี ดำเนินการให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.
การร้องทุกข์และการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.ค.

43. การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในพระองค์เป็นไปตามข้อใด
ก. เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย
ข. เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี
ค. เป็นไปตามข้อเสนอของนายกรัฐมนตรี
ง. เป็นไปตามข้อเสนอของเลขาธิการสำนักพระราชวัง

ตอบ ก. มาตรา ๑๒๗ การแต่งตั้งและการให้ข้าราชการพลเรือนในพระองค์พ้นจากตำแหน่งให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: